วิธีปฏิบัติเมื่อเกิดอุบัติเหตุรถยนต์

เมื่อรถยนต์ของท่านเกิดอุบัติเหตุ รีบโทรศัพท์แจ้งเหตุ ให้บริษัทฯ ทราบทันที
โดยติดต่อศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ ทุกภัย ทั่วไทย เบอร์เดียว โทร. 0-2657-2999 (24 ชั่วโมง ทั่วประเทศ) 

รายละเอียดที่ต้องแจ้งให้กับศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ทราบ มีดังนี้

  1. หมายเลขทะเบียนรถยนต์
  2. หมายเลขกรมธรรม์ หรือ ชื่อผู้เอาประกันภัย
  3. ชื่อและเบอร์โทรศัพท์ของผู้ขับขี่ และ ผู้แจ้งเคลม
  4. วัน – เวลา และ สถานที่เกิดเหตุ บริเวณจุดสังเกต ที่เห็นได้ง่าย
  5. ลักษณะการเกิดอุบัติเหตุ

เมื่อแจ้งศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุรถยนต์ทราบแล้ว ให้ปฏิบัติดังนี้

  1. รอเจ้าหน้าที่เคลม ณ ที่เกิดเหตุ โดยปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุ
  2. ไม่ควรเคลื่อนย้ายรถ ยกเว้นกรณีดังต่อไปนี้
    • มีเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินการ
    • รู้ผิด - ถูกแน่นอน และมีหลักฐาน
    • หากมีการเคลื่อนย้ายรถต้องแจ้งให้บริษัทฯ ทราบ
  3. ไม่ควรตกลงยินยอม หรือสัญญาว่าจะตกลงชดใช้ค่าเสียหายใดๆ เว้นแต่ได้รับคำแนะนำหรือได้รับความเห็นชอบจากบริษัทฯ
  4. กรณีมีผู้บาดเจ็บ ให้ช่วยเหลือโดยนำส่งสถานพยาบาลที่ใกล้ที่สุด และแจ้งให้บริษัทฯ ทราบ
  5. นำรถเข้าซ่อมกับอู่คู่สัญญาของบริษัทฯ ตามที่ท่านสะดวก (ดูรายชื่ออู่คู่สัญญาของบริษัทได้จากหัวข้อ “รายชื่ออู่ประกันภัย)
  6. หากมีข้อสงสัย ควรติดต่อบริษัทฯ เพื่อความถูกต้อง และปฏิบัติตามคำแนะนำของบริษัทฯ

กรณีเป็นฝ่ายผิด

  1. กรุณาอย่าหลบหนี เพราะท่านอาจจะไม่ใช่ผู้กระทำผิด การหลบหนีอาจเป็นเหตุให้ต้องโทษใน คดีอาญาเพิ่มขึ้น
  2. หากไม่สามารถติดต่อบริษัทฯ ได้ อาจดำเนินการดังนี้
    • นัดหมายกับคู่กรณีภายหลัง
    • ทำบันทึกยอมรับผิดให้คู่กรณีติดต่อบริษัทฯ หลังจากท่านได้แจ้งเหตุครั้งนี้ให้บริษัทฯ ทราบแล้ว
  3. การทำบันทึกยอมรับผิด ควรมีรายละเอียดดังนี้ (อาจเป็นแบบฟอร์มที่เขียนขึ้นมาเองก็ได้)
    • ชื่อ – นามสกุล ที่อยู่ เบอร์โทรศัพท์ ที่ชัดเจน และสามารถติดต่อได้ ของฝ่ายผิด
    • วันที่ และ สถานที่เกิดเหตุ
    • ทะเบียนรถ คันที่เป็นฝ่ายผิด และ คันที่เป็นฝ่ายถูก
    • ข้อความที่ระบุว่ายอมรับผิด และรายละเอียดความเสียหาย
    • ลงลายมือชื่อ พร้อมพยาน

กรณีที่เป็นฝ่ายถูก

  1. หากรถของคู่กรณีมีประกันภัย ให้คู่กรณีแจ้งบริษัทประกันภัยของตนเองด้วย
  2. หากคู่กรณีไม่ยอมรับผิด ให้จดยี่ห้อ รุ่น สี หมายเลขทะเบียนรถของคู่กรณี และหมวดจังหวัดไว้
  3. ไม่ควรแยกรถจนกว่าเจ้าหน้าที่ตำรวจมาดำเนินการ หรือคู่กรณียอมรับผิดโดยให้เอกสารหลักฐาน อาท บันทึกยอมรับผิด
  4. หากคู่กรณีหลบหนี ให้ไปดำเนินการแจ้งความต่อพนักงานสอบสวนและลงบันทึกประจำวัน โดยให้พนักงานสอบสวนรับเป็นคดี ไม่แจ้งเป็นหลักฐาน โดยต้องระบุรายละเอียดเกี่ยวกับรถคู่กรณีให้ได้มากที่สุด
  5. กรณีมีทรัพย์สินในรถของท่านเสียหาย ต้องแจ้งความลงบันทึกประจำวัน เพราะท่านต้องเรียกร้องเองโดยตรง
  6. โทรศัพท์แจ้งให้บริษัทฯ ทราบทันที

กรณีตกลงกันไม่ได้ว่า ใครเป็นฝ่ายผิดใครเป็นฝ่ายถูกให้ดำเนินการ ดังนี้

  1. ติดต่อเจ้าหน้าที่ตำรวจเพื่อทำเครื่องหมาย ณ ที่เกิดเหตุ แล้วเคลื่อนรถออกจากที่เกิดเหตุ
  2. แจ้งบริษัทฯ โดยทันที

กรณีฉุกเฉินไม่สามารถแจ้งเคลมได้ทันที ให้ปฏิบัติ ดังนี้

  1. กรอกรายละเอียดในแบบฟอร์ม "ชนแล้วแยกแลกใบเคลม" ให้ครบถ้วน
  2. ทำการนัดหมายคู่กรณีในภายหลัง 

กรณีรถของผู้เอาประกันถูกชน แล้วคู่กรณีหลบหนี 

    ให้แจ้งความต่อสถานีตำรวจในท้องที่ที่เกิดเหตุ หากทราบทะเบียนรถของคู่กรณีให้แจ้งความเพื่อดำเนินคดีเท่านั้น

กรณีรถหาย

  1. โทรแจ้งสายด่วนรถหาย 1192 ทันที
  2. โทรแจ้งศูนย์ป้องกันและปราบปรามการโจรกรรมรถยนต์ (ศปร.) โทร. 0-2205-2590-3 ทันที
  3. โทรแจ้งเหตุให้บริษัทฯ ทราบทันที่ ผ่านศูนย์รับแจ้งอุบัติเหตุ 0-2657-2999
  4. แจ้งความที่สถานีตำรวจท้องที่ที่รถยนต์สูญหาย
  5. หากทราบเบาะแส หรือร่องรอยรถของท่าน โปรดแจ้งบริษัทฯ ทันที (ทางบริษัทฯ จะเก็บข้อมูลของท่านไว้เป็นความลับ) และจัดส่งเอกสารหลักฐานที่เกี่ยวกับรถยนต์ เพื่อบริษัทฯ ใช้ตรวจสอบและชดใช้ค่าสินไหม 

การติดต่อเจรจาค่าเสียหาย

สามารถติดต่อเรื่องค่าสินไหมทดแทนจากการเกิดอุบัติเหตุได้ที่สำนักงานใหญ่และสำนักงานสาขาทั่วประเทศ ดังนี้
  1. นำรถยนต์ที่เสียหายมาติดต่อคุมราคาที่บริษัทฯ กรณีที่ไม่สามารถขับขี่รถยนต์ที่เสียหายเข้ามาติดต่อคุมราคาได้ กรุณาแจ้งให้บริษัทฯ ทราบล่วงหน้า เพื่อบริษัทฯ จะจัดส่งพนักงานออกตรวจสอบความเสียหาย ประเมินราคาค่าซ่อม หรือพิจารณาความเสียหายจากภาพถ่าย ที่พนักงานได้ถ่ายไว้ขณะออกตรวจสอบอุบัติเหตุ
  2. นำรถยนต์เข้าซ่อมที่อู่คู่สัญญาของบริษัทฯ 

เอกสารและระยะเวลาที่ใช้ในการประกอบการพิจารณาค่าสินไหมทดแทน

  1. ผู้เอาประกัน ผู้รับผลประโยชน์ หรือ ผู้มีสิทธิ์เรียกร้อง ดำเนินการจัดซ่อม

  2. เอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา

    • หนังสือมอบอำนาจให้มาดำเนินการ ในกรณีที่ผู้เอาประกัน หรือผู้รับประโยชน์ ผู้มีสิทธิ์เรียกร้อง ไม่สามารถมาดำเนินการได้
    • ใบเสนอราคาค่าแรง และ ค่าอะไหล่
    • หลักฐานแจ้งความเสียหายของบริษัทฯ หรือ ของประกันภัยคู่กรณี
    • กรณีที่มีความเสียหายต่อเนื่อง ให้ตรวจสอบความเสียหายต่อเนื่อง ว่าเกิดจากอุบัติเหตุครั้งนี้หรือไม่ โดยให้พิจารณาภาพถ่ายประกอบ หากภาพถ่ายไม่ชัดเจน ให้แจ้งผู้เสียหาย นำรถมาตรวจสอบ พร้อมถ่ายภาพตามรายการความเสียหายต่อเนื่อง หรือ ผู้เสียหาย เป็นผู้ดำเนินการถ่ายภาพมาประกอบการพิจารณา
    • สำเนาหนังสือคู่มือจดทะเบียนรถ สำเนากรมธรรม์ สำเนาบัตรประชาชน

    ระยะเวลาในการพิจารณา

    • ความเสียหายไม่เกิน 50,000.00 จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 5 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารการพิจารณาครบถ้วน
    • ความเสียหาย 50,000.00 - 100,000.00 จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 15 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารการพิจารณาครบถ้วน
    • ความเสียหาย 100,000.00 - 200,000.00 จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 20 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารการพิจารณาครบถ้วน
    • ความเสียหายเกิน 200,000 บาท จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 30 วันทำการ นับตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารการพิจารณาครบถ้วน

  3. กรณีรถคืนทุน สูญหาย ไฟไหม้ ที่จ่ายเต็มทุน

  4. เอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา

    • หนังสือมอบอำนาจให้มาดำเนินการ ในกรณีที่ผู้เอาประกัน หรือผู้รับประโยชน์ ผู้มีสิทธิ์เรียกร้อง ไม่สามารถมาดำเนินการได้
    • เสนอราคาค่าแรง และ ค่าอะไหล่ (ในกรณีรถยนต์สูญหายไม่ต้องมี )
    • หลักฐานแจ้งความเสียหายของบริษัทฯ หรือ ของประกันภัยคู่กรณี (ในกรณีรถยนต์สูญหายไม่ต้องมี)
    • กรณีที่มีความเสียหายต่อเนื่อง ให้ตรวจสอบความเสียหายต่อเนื่อง ว่าเกิดจากอุบัติเหตุครั้งนี้ (ในกรณีรถยนต์สูญหายไม่ต้องมี) หรือไม่ โดยให้พิจารณาจากภาพถ่ายประกอบ หากภาพถ่ายไม่ชัดเจน ให้แจ้ง ผู้เสียหาย นำรถมาตรวจสอบ พร้อมถ่ายภาพตามรายการความเสียหายต่อเนื่อง หรือ ผู้เสียหาย เป็นผู้ดำเนินการถ่ายภาพมาประกอบการพิจารณา
    • สำเนารายงานบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี และต้องให้พนักงานสอบสวนลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง (ในกรณีรถยนต์สูญหายจะต้องมี)

    ระยะเวลาในการพิจารณา

    • ระยะเวลาพิจารณาการคืนทุน จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 30 วัน ตั้งแต่ได้รับเอกสารการพิจารณาครบถ้วน
    • ระยะเวลาพิจารณารถหาย จะแจ้งผลการพิจารณาให้ทราบภายใน 45 วัน ตั้งแต่วันที่ได้รับเอกสารการพิจารณาครบถ้วน
  5. ค่ารักษาพยาบาล สูญเสียอวัยวะ ทุพพลภาพถาวร เสียชีวิต

  6. เอกสารที่ใช้ประกอบการพิจารณา

    • กรณีเบิกค่ารักษาพยาบาล

      • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประสบภัย
      • ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (ต้นฉบับ)
      • ใบรับรองแพทย์
      • สำเนารายงานบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี และต้องให้พนักงานสอบสวนลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
    • กรณีเบิกสูญเสียอวัยวะ สายตา หรือ ทุพพลภาพถาวร สิ้นเชิง

      • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประสบภัย
      • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประสบภัย
      • ใบเสร็จค่ารักษาพยาบาล (ต้นฉบับ)
      • ใบรับรองแพทย์
      • สำเนารายงานบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี และต้องให้พนักงานสอบสวนลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
    • กรณีเบิก ค่าปลงศพ

      • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของผู้ประสบภัย
      • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประสบภัย
      • สำเนาบัตรประจำตัวประชาชนของทายาท (เซ็นรับรองสำเนา )
      • สำเนาทะเบียนบ้านของผู้ประสบภัย (เซ็นรับรองสำเนา)
      • ใบแจ้งการรักษาก่อนเสียชีวิต
      • สำเนาใบมรณะบัตร
      • หนังสือรับรองการตาย
      • สำเนารายงานบันทึกประจำวันเกี่ยวกับคดี และต้องให้พนักงานสอบสวนลงนามรับรองสำเนาถูกต้อง
    • ระยะเวลาในการพิจารณา

      • การพิจาณาค่ารักษาพยาบาล จะพิจารณาภายใน 7 วันทำการ